
1. ค่าคอมมิสชั่น ขึ้นต่ำที่เริ่มต้นที่ 0.21%
2. การดูข้อมูลหุ้นแบบ Real Time
3. ขึ้นตอนและระยะเวลาส่งคำสั่ง ที่สั้นกว่า
โดยท่านผู้เริ่มต้นลงทุนอาจจะต้องศึกษาถึงขั้นตอน การซื้อขายเบื้องต้น ผ่านบัญชี อินเทอร์เน็ต ว่าเป็นอย่างไร เช่นจำนวนเงินขั้นต้นในการเปิด บัญชี , ประเภทของบัญชีในการซื้อขายมีกี่แบบ ,การเตรียมเอกสารต่างๆ ที่ใช้ในการเปิดบัญชี ,ระยะเวลาการเปิดบัญชี ,จำนวนวันที่ใช้ในการเบิกถอนเงินในบัญชี เป็นต้น -> รายละเอียดของขั้นตอนการเปิดบัญชี ซื้อขาย
และสิ่งสำคัญ หากท่านต้องการเปรียบเทียบการให้บริการของแต่ละโบรกเกอร์ ในการให้บริการ การซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ท่านควรเลือกพิจารณาจากข้อมูลดังนี้
1. จำนวนเงินเริ่มต้นในการเปิดบัญชี และประเภทบัญชี ในการซื้อขาย เช่น บัญชี Cash, Cash Balance, Credit Balance / เนื่องจากจำนวนเริ่มต้นการลงทุนของแต่ละท่านอาจจะมากน้อยต่างๆ กันไป รวมถึงบางครั้งเอกสารรับรองสถานะทางการเงิน อาจไม่สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่ได้ทำงานประจำ ซึ่งบัญชีบางประเภทต้องใช้ บางประเภทไม่ต้องใช้ เช่นหากเป็นประเภท Cash Balance เป็นการฝากเงินเพื่อการซื้อขาย สามารถเปิดการซื้อขายได้โดยท่านไม่จำเป็นต้องแสดงฐานะทางการเงิน เพราะท่านจะซื้อขายได้เท่ากับจำนวนเงินที่ท่านฝากไว้กับโบรกเกอร์เท่านั้น นอกจากนี้ควรพิจารณาถึงความยุ่งยากและขั้นตอน ในการเปิดบัญชีของแต่ละโบรกเกอร์ ว่าเขาสามารถเปิดบัญชีได้ ช้าหรือเร็วอย่างไรด้วย
2. การเสียค่าคอมมิสชั่น ที่ 0.21% หรือมากกว่า และ มีขั้นธรรมเนียมขั้นต่ำเท่าไร / นักลงทุนควรพิจารณา ต้นทุนในการซื้อขายหุ้นของท่านต่อครั้ง ซึ่งบางโบรกเกอร์จะมีการเก็บค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ไม่เท่ากันเช่น 50 บาท, 75บาท, 100บาท หรือ ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำก็เป็นได้ ดังนั้น หากท่าน ซื้อขายต่อครั้งไม่มาก ท่านอาจต้องเสียค่าคอมมิสชั่นที่มากกว่า 0.21% ก็เป็นได้ ยกตัวอย่างเช่น ท่านที่เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ที่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำที่ 100บาท แต่ท่านอาจจะเป็นผู้ที่เริ่มต้นลงทุน ที่บางครั้งต้องการซื้อขายหุ้นด้วยจำนวนยังไม่มาก หรือต้องการซื้อสะสมหุ้นที่ละน้อย ซึ่งอาจมียอดการซื้อหรือขายที่น้อยกว่า 40,000บาท ต่อวัน ก็จะทำให้ท่านต้องเสียค่าคอมมิสชั่น ขั้นต่ำ ที่ 100บาท ซึ่งจะทำให้ท่านมีต้นทุนของค่าคอมมิสชั่นที่มากกว่า 0.21% เป็นต้น
3. การอบรม การจัดสัมมานา การใช้เครื่องมือ อินเทอร์เน็ต มีหรือไม่
4. ระบบป้องกัน หากระบบเกิดปัญหา และวิธีแก้ไข
5. การส่งคำสั่ง หรือ ยกเลิกคำสั่ง ด้วยเจ้าหน้าที่การตลาด ผ่านบัญชีอินเทอร์เน็ต ได้ทันทีหรือไม่ หากลูกค้าไม่สามารถส่งคำสั่งได้เอง
6. ระบบการซื้อขาย เป็นแบบพอร์ตรวม หรือพอร์ตแยกบัญชีที่ซื้อขายผ่านเจ้าหน้าที่การตลาด
7. มีระบบข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ หรือโปรแกรมเสริม ที่ใช้ในการตัดสินใจในการลงทุน หรือไม่ เช่น e-finance , Webhoon, SET Smart
8. ความแตกต่างของระบบที่ใช้ส่งคำสั่ง เช่นการจัดรูปแบบหน้าจอ และ ข้อมูลของฟังชั่นต่างๆ
9. สามารถดูหุ้น และส่งคำสั่งผ่านมือถือ หรือ pocket PC Phone หรือไม่
10. จำนวนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน Internet Trading มีมากน้อยเท่าใด และจะส่งคำสั่งในกรณีที่ระบบขัดข้องได้อย่างไร
11. จำนวน pincode และ password ว่ากี่ตัวอักษร / ซึ่งจำนวนตัวเลขที่กำหนดไว้ขั้นต่ำมากเกินไป เช่น โบรกเกอร์ A กำหนดไว้6ตัว กับ โบรกเกอร์ B กำหนดไว้ 4ตัว ดังนั้นเมื่อมี การส่งคำสั่งซื้อขายเกิดขึ้น ก็อาจจะมีผลต่อเวลา ในการส่งค่ำสั่งเช่นกัน
12. มีระบบ E-report ที่มีประสิทธิภาพ และ สามารถดูยอดการยืนยันซื้อขายย้อนหลังได้ หรือไม่ /
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น